| 1. ข้อสังเกตของกระทรวงสาธารณสุข |
ขอคิดด้วยคน |
| 1.1 พนักงานของชมรมฯ ที่ทำขาเทียมไม่มีความรู้ด้านการแพทย์และกายภาพบำบัด
อาศัยกระบวนการดัดแปลงและใช้วัสดุ หาง่ายในประเทศ ทำให้ขาเทียมที่ผลิต
ออกมาไม่พอดีกับผู้พิการ ไม่สะดวกในการใช้งาน |
1.1 อาสาสมัครที่ทำขาเทียมมีความรู้
ป.6 แต่มีจิตใจเป็นกุศลจึงได้มาฝึกทำขาเทียม และใส่ให้แก่ผู้พิการขาขาดมาแล้วถึง
61 คน (ถึงวันที่ 30 พฤษภาคม 2542) มีผลงานที่สามารถพิสูจน์ได้
- การดัดแปลงขาเทียมและใช้วัสดุหาง่ายนำมาทำขาเทียม จะได้มีราคาถูก
และคุณภาพดีเทียบเท่าของต่างประเทศ ไม่ต้องบวก ค่าการตลาด
ค่าลิขสิทธิ์ และค่าตอบแทนให้ใคร แจกฟรีอย่างนี้ อาจทำให้ผู้เสียผลประโยชน์ย่อม
ไม่ชอบเป็นธรรมดา - ขาเทียมของชมรมฯ ไม่พอดีและ ไม่สะดวกในการใช้งาน
เขียนเป็นหนังสือมันง่าย แต่ข้อทักท้วงนั้นได้มี การทดสอบและพิสูจน์ก่อนที่จะสรุปหรือไม่
|
| 1.2 วัสดุในการทำขาเทียมเป็นวัสดุใน
การประกอบอุตสาหกรรมทั่วไป ยังไม่มีการศึกษาถึงผลกระทบและความปลอดภัยของผู้พิการ
พนักงานทำขาเทียม และ สิ่งแวดล้อม |
1.2 วัสดุทุกตัวที่ใช้ทำขาเทียมเป็นวัสดุที่ใช้ในอุตสาหกรรมทุกตัว
ตัวไหนที่เป็นอันตรายและกระทบความปลอดภัย ควรระบุให้ ชัดเจน
อย่าวิเคราะห์ด้วยความเชื่อส่วนตัว เหมือนคนไม่รู้จริง |
| 1.3 ในการใส่หรือดัดแปลงขาเทียม
ต้องได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม และควบคุมตรวจสอบมาตรฐานตาม
พรบ. เครื่องมือแพทย์ โดยคณะกรรมการ เครื่องมือแพทย์ นอกจากนี้
ยังมีสำนักงานคณะกรรมการอาหารที่ทำหน้าที่ดูแล คุ้มครองผู้บริโภคให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี
คุณภาพ ปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดอันตราย |
1.3 ตามกฎหมายและระเบียบโบราณ
ๆ ก็จริงตามที่ท่านว่า แต่ลืมเขียนถึงเรื่องคุณธรรม และความจริงทางแพทย์พานิชย์ด้วย |
| 1.4 การใส่ขาเทียมแก่ผู้พิการอย่างเดียว
ไม่สามารถทำให้ผู้พิการเดินหรือใช้งาน ได้อย่างดี จำเป็นต้องใช้เวลาในการทำ
กายภาพบำบัดฟื้นฟูสภาพกล้ามเนื้อและในการฝึกเดินพอสมควร |
1.4 ผู้พิการขาขาดมีหลายประเภท
ใส่ขาแล้วเดินได้ เตะได้ หรือเดินไม่ได้ก็มีทั้งนั้น (ถ้าสนใจมี
V.D.O. ให้ชม) ต้องมีการฝึกและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้พิการตามประเภทของผู้พิการนั้น
ๆ เรื่องแบบนี้ตาสี-ตาสา ก็แนะนำได้ |
| 1.5 ปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ต้นแบบขาเทียม
ของชมรมฯ ทำให้แพทย์ในโรงพยาบาล ไม่สามารถนำไปดัดแปลงให้ถูกหลักวิชา
เพื่อใช้บริการผู้พิการในโรงพยาบาลได้ |
1.5 อย่ายกเอาลิขสิทธิ์มาอ้าง
เพราะเจตนารมณ์ของผู้ประดิษฐ์และคิดค้นเขาทำ เพื่อบริจาคให้แก่ผู้พิการขาขาดอยู่แล้ว
จากข้อสังเกตและข้อพิจารณาของกระทรวงสาธารณสุข ทำให้มองเห็นธาตุแท้ของคนกลุ่มนี้ว่ามีเจตนาเป็นเช่นไร? |
| 1.6 ปัจจุบัน ศูนย์สิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ
กรมการแพทย์ ดูแลรับผิดชอบงานในส่วนนี้อยู่ และได้รับบริจาคขาเทียมจากมูลนิธิสายใจไทย
โดยทางมูลนิธิพร้อมจะออกดำเนินการในทุกภูมิภาค ที่มีผู้พิการเป็นจำนวนมาก
โดยได้ระดมนักกายภาพบำบัดช่างกายอุปกรณ์ และแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูเข้าร่วมกันดำเนินการ
อย่างครบวงจร และไม่คิด ค่าใช้จ่าย |
1.6 ทุกหน่วยงานออกปฏิบัติการขาเทียม
ภูมิภาค เพื่อสร้างชื่อเสียงและช่วยเหลือ ผู้พิการขาขาดตามจังหวัดต่าง
ๆ เป็นสิ่งที่ดี ซึ่งถ้าเราได้ร่วมมือกันวิจัยและค้นคว้า
ขาเทียมเพื่อคนไทย เงินงบประมาณที่หน่วยงานต่าง ๆ ได้ใช้ซื้ออุปกรณ์และเครื่องมือ
หรืองบประมาณใช้ในการออกภูมิภาคในหนึ่งปีพอจะช่วยคนพิการขาขาดได้ทั้งประเทศ
พระราม พระลักษณ์ หรือทศกัณฑ์ ถ้าไม่ถือเรื่องศักดิ์ศรีและเกียรติยศ
สอบถามมาได้ที่ชมรมนักพัฒนา อุตสาหกรรมไทยว่ามีวิธีการปฏิบัติอย่างไร |
| 1.7 การที่ผู้พิการได้รับขาเทียมจากรัฐฯ
และมูลนิธิสายใจไทยล่าช้า เนื่องจากข้อมูลผู้พิการในจังหวัดต่าง
ๆ ยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ และต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูสมรรถภาพก่อนใส่ขาเทียม |
1.7 การศึกษาและหาข้อมูลของผู้พิการขาขาดของจังหวัดต่าง
ๆ ทำได้โดยร่วมมือกับ สาธารณสุขจังหวัดและประชาสงเคราะห์จังหวัด
เรื่องแบบนี้ท่านรู้ดีกว่าผม ไม่อยากเอามะพร้าวห้าวไปขายสวน
อยู่ที่ว่าเราจะทำกันจริง ๆ หรือเปล่า |
| 2. ข้อพิจารณาของกระทรวงสาธารณสุข |
ขอคิดด้วยคน |
| 2.1 ชมรมฯ มีเครื่องมือในการผลิตชิ้นส่วนต่าง
ๆ ของขาเทียมได้ หากจะก่อประโยชน์แก่ผู้พิการชมรมฯ ควรบริจาคชิ้นส่วนขาเทียมให้แก่ศูนย์สิรินธร
มูลนิธิสายใจไทย ตามความต้องการของหน่วยงานเหล่านี้ และให้หน่วยงานเหล่านี้ร่วมเสนอแนะรูปแบบขาเทียมที่เหมาะสม
และร่วมกันเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เพื่อประโยชน์ของผู้พิการ |
2.1 การบริจาคสิ่งของให้แก่คนที่ยากจน
คนปัญญาอ่อน และคนที่ไม่สามารถจะช่วยตัวเองได้เป็นสิ่งที่ดี
แต่ระดับองค์กรใหญ่ ๆ ถ้าจะบริจาคต้องเป็นการให้ความรู้และวิธีการทำ
พร้อมสร้างเครื่องมือให้เพื่อให้ช่วยตัวเองได้ในวันนี้และใน
วันข้างหน้า นั่นคือ วิถีทางของผู้เจริญที่ควรจะปฏิบัติ
มิใช่สอนให้คอยแต่รอรับบริจาคเพียงอย่างเดียว |
| 2.2 เนื่องจากขาเทียมของชมรมฯ
ยังไม่ผ่านกระบวนการตรวจสอบมาตรฐานและ ขออนุญาตใช้เป็นเครื่องมือแพทย์
จึงควรให้ศูนย์สิรินธรทดสอบให้ได้มาตรฐานก่อน และขออนุญาตสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาใช้เป็นเครื่องมือแพทย์ |
2.2 ชมรมฯ พร้อมที่จะให้ความร่วมมือทุก
รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรใด ๆ ที่มี ความตั้งใจจริงที่จะช่วยคนพิการขาขาด
เพื่อให้ผู้พิการในเมืองไทยได้มีขาใช้ทุกคนโดยเร็ว และขาเทียมของชมรมฯ
จะได้ ไม่เป็นขาเทียมนอกกฎหมายอีกต่อไป |
| 2.3 การตรวจสอบวัสดุที่ใช้ทำขาเทียม
ซึ่งเป็นวัสดุที่ใช้ในอุตสาหกรรม เมื่อนำมาใช้ใน ผู้พิการระยะยาว
จะมีความปลอดภัย หรือไม่ และมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในการกำจัดหรือไม่ |
2.3 ถ้าได้ศึกษากันอย่างจริงจัง
และมาพิสูจน์ด้วยตัวเอง จะรู้ว่าสิ่งที่นำมาใช้ทำขาเทียมนั้นปลอดภัยเพียงใด
เพราะวัสดุเหล่านี้ ไม่ใช่วัสดุที่เพิ่งจะค้นพบใหม่ มีใช้มากกว่า
30 ปีแล้ว การพิจารณาแบบนั่งทางในเช่นนี้ เหมาะสำหรับเจ้าพ่อหรือเจ้าแม่ตามสำนักต่าง
ๆ มากกว่า |
| 2.4 การดำเนินการใส่ขาเทียมแก่ผู้พิการ
ควรเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่มีบุคลากร ที่มีความรู้ความสามารถตามกฎหมาย
และดำเนินการได้อย่างครบวงจร |
2.4 จริง ๆ แล้ว การใส่ขาเทียมเป็นหน้าที่ของบุคลากรที่เชี่ยวชาญ
มีใบประกาศเกียรติคุณเป็นเครื่องแสดงความสามารถตามกฎหมาย
กินเงินเดือนหลวง ก็เลยทำงานแบบคนของหลวง ถึงแม้ว่าจะต้อง
ฝ่าอุปสรรคของกฎระเบียบและข้อบังคับ ก็จะเลือกเด็ก ป.6 เป็นผู้ประกอบขาเทียมจะดีกว่า
เพราะถ้าขืนรอผู้เชี่ยวชาญของรัฐ ความตั้งใจจริงก็จะเลือนลางกลายเป็นความฝันในที่สุด |
| 2.5 ดำเนินการจัดทำข้อมูลผู้พิการทั่วประเทศ
เพื่อจัดหาอุปกรณ์อนุเคราะห์ และฟื้นฟูสภาพแก่ผู้พิการที่ยังไม่ได้รับการดูแล |
2.5 การจัดทำข้อมูลเพื่อจัดหาอุปกรณ์ให้แก่
คนพิการทั่วประเทศ ทางชมรมฯ มีตัวอย่างและแนวทางปฏิบัติจากประสบการณ์จริงที่ได้จากการดำเนินงานที่จังหวัดเพชรบุรี
ให้ได้ศึกษาและนำไปพิจารณา ถ้าท่าน ไม่รังเกียจผลงานของนักอุตสาหกรรมฉบับนี้ |
| 2.6 ควรชี้แจงให้ทางชมรมฯ ซึ่งมีเจตนาดีเข้าใจถึงความพิการ
และการรักษาพยาบาลที่เหมาะสม โดยที่รัฐฯ ไม่ได้ละเลยในการให้การดูแลผู้พิการแต่อย่างใด
ซึ่งหากทางชมรมฯ จะดำเนินการจัดทำขาเทียม ให้ผู้พิการต่อไป
ไม่น่าจะเป็นผลดีแก่ผู้พิการ เนื่องจากวัสดุและกระบวนการผลิตยังไม่ได้มาตรฐานการวัด
และการใส่ขาเทียมยังไม่ถูกต้องตามหลักสรีระของร่างกาย ตลอดจนขาดการฟื้นฟูสมรรถภาพก่อนใส่ขาเทียม
และฝึกหัดเดินหลังใส่ขาเทียมแล้ว |
2.6 ทางชมรมฯ เข้าใจในเจตนาดีของเจ้าหน้าที่ของรัฐมานานแล้ว
และเห็นเจตนาดี มากยิ่งขึ้น เมื่อได้อ่านข้อพิจารณาและ ข้อสังเกตของกระทรวงสาธารณสุขฉบับนี้
นอกจากจะไม่ให้การร่วมมือและสนับสนุนในทุก ๆ ด้านแล้ว ยังเป็นสิ่งที่บั่นทอนกำลังใจในโครงการทำขาเทียมแจกให้ผู้พิการทั่วประเทศ
เพื่อน้อมเกล้าถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เนื่องในวโรกาสที่มี พระชนมายุครบรอบในปี พ.ศ. 2542 |